2020.09.24

Gig Economy อีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของการทำงานและการใช้ชีวิต

แท้จริงแล้ว คำว่า Gig Economy เป็นคำนิยามใหม่ของชาว Freelance นั่นเองครับ คนเหล่านี้ จะทำงานในลักษณะของการรับจ้างเป็นงานๆ แล้วจบไป โดยที่ไม่ได้สังกัดองค์กรใดองกรณ์หนึ่ง ซึ่งข้อดีของการทำงานลักษณะนี้ก็คือ สามารถเลือกรับงานพร้อมกันจากหลายบริษัท ไม่ต้องเดินทางเข้าออฟฟิศทุกวัน สามารถนั่งทำงานจากที่บ้านได้ ทั้งมีอิสระในการออกแบบชีวิตตนเอง 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ความไม่มั่นคงด้านสิทธิทางแรงงานหรือรายได้ประจำ ก็อาจจะเป็นจุดบอดที่ใหญ่ที่สุดของการเป็น Gig Economy ด้วย

“Gig เป็นคำเปรียบเปรยที่มาจากผู้รับจ้างทำงานอิสระทุกประเภท บ้างก็ว่ามาจากวงดนตรีรับจ้าง ส่วน Economy หมายความถึงระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ เมื่อนำทั้ง 2 คำ มารวมกัน Gig + Economy จึงมีความหมายในเชิง “ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ที่เน้นอิสระในการเลือกรับงานและว่าจ้าง โดยอ้างอิงจากความต้องการทั้ง 2 ฝ่าย (ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง) สำหรับการดำเนินงานนั้น ลูกจ้างจะต้องทำให้เสร็จตามข้อกำหนดที่ตกลงกับนายจ้างเป็นการส่วนตัว และนับเป็นจำนวนชิ้นงานไป”

Gig Economy in Western

การทำงานแบบ Gig Economy ของฝั่งอเมริกาและยุโรป ปัจจุบันได้มีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่เริ่มมีการปรับเปลี่ยน เช่น อยากมีพื้นที่ส่วนตัว อยากมีเวลาทำสิ่งต่างๆ อยากพักผ่อน อยากสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ โดยที่ไม่มีกฎระเบียบของบริษัทมาเป็นกรอบในการดำเนินชีวิต
จากผลการวิจัยของสถาบัน McKinsey Global ได้เผยให้เห็นถึงตัวเลขของประชากรที่เป็น Gig Worker นั้น มีจำนวนอยู่ที่ 54-68 ล้านคน จากตัวเลขแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของคนยุคใหม่ ที่ต้องการความเป็นอิสระมากกว่าการอยู่ในกรอบและกฏระเบียบตลอด 8 ชั่วโมง

Gig Economy in Thailand

ในประเทศไทย บรรดา Freelance หรือ Gig Worker ได้มีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นจากเดิมมาก ซึ่งเราจะเห็นได้จากการประกาศหาคนทำงานในรูปของสัญญาจ้างระยะสั้น หรือรับผิดชอบเฉพาะบางโครงการที่เร่งด่วน โดยจะถูกปิดประกาศอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือตามสื่อเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น JOBSDB, FASTWORK, FREELANCEBAY, LINKEDIN
ปัจจุบัน เจนเนอเรชั่น Y, Z เป็นฐานขนาดใหญ่ของกลุ่มตลาด Gig Economy ในเมืองไทย เพราะเจนเนอเรชั่นเหล่านี้ จะมีความเป็นตนเองสูง รักอิสระ ชอบพบปะผู้คน ชอบสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ ทำให้การนั่งทำงานในออฟฟิศเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์ หรือ Passion ในการดำเนินชีวิตพวกเขานัก
“ด้วยพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยนของตลาดแรงงานไทย นายจ้างก็อาจจะต้องหันมามองด้วยว่า ถ้าจะลดพนักงานประจำบางตำแหน่ง เพื่อไปจ้าง Gig Worker แทนในอนาคต ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย”
ความสำคัญของอุปกรณ์ IOT ที่จะมาช่วยตอบโจทย์การทำงานของ Gig Worker
ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ไม่ได้นั่งโต๊ะตลอด 8 ชั่วโมง Gig Worker เหล่านี้ ก็จะต้องมีอุปกรณ์ทำงานและอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถเคลื่อนย้ายไปมาได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุค แท็ปเล็ต หรือโทรศัพท์แอนดรอย อุปกรณ์ทุกอย่างจะต้องสามารถตอบสนองความต้องการได้เสมอ
นอกจากนั้น สัญญาณอินเทอร์เน็ต ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ เพราะการทำงานทุกขั้นตอนของ Gig Worker ข้อมูลจะถูกบันทึกลงในระบบ Cloud แบบ Real-Time แทนการบันทึกลงแฟลชไดรฟ์แบบออฟไลน์สมัยเก่า

จุดกระแสของการเป็น Gig Worker

แม้ว่าปัจจุบัน “การทำงานประจำ” อาจจะเป็นสิ่งที่มั่นคงและมีความเสถียรภาพทางด้านการเงินมากกว่า แต่ในอนาคต กลุ่มตลาด Gig Economy ในประเทศไทย ก็จะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ เพราะทัศนคติของคนยุคใหม่เริ่มเปลี่ยน ทั้งเรื่องของการลดต้นทุนจากนายจ้าง ก็อาจจะเป็นประเด็นสำคัญที่จะทำให้หันมามองยังตลาดกลุ่มนี้แทน ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละอุตสาหกรรมด้วยเช่นกัน เพราะบางอุตสาหกรรม การมีพนักงานประจำที่ออฟฟิศ ก็อาจจะเหมาะสมกว่า อย่างเช่นพนักงานบัญชี หรือฝ่ายบุคคล
สรุปส่งท้าย ไม่ว่าจะเป็นมุมมองจากนายจ้างหรือคนทำงาน เราก็ต้องพร้อมที่จะปรับตัวไปตามยุคสมัย เพราะถ้าเราไม่รู้จักปรับเปลี่ยน เราก็อาจจะกลายเป็นคนตกยุค และตกงานไม่ช้าก็เร็ว เมื่อรู้สึกตัวอีกที ก็อาจจะสายไปแล้วก็ได้

Share this Contents

Recommend

ติดต่อ Meeit.biz

หากท่านต้องการที่จะเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ของ Meeit.bizหรือมีคำถามใด ๆ เกี่ยวกับ Meeit.biz

กรุณาติดต่อเราจากลิงค์ด้านล่าง

ติดตาม Meeit.biz

© Copyright 2019 Meeit.biz