กรุณาตอบแบบสอบถาม

กรุณาตอบแบบสอบถาม

ต้องการขายสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ในบริษัทหรือโรงงานไหม?
มันคือสิ่งของแบบไหน?

กรุณาตอบแบบสอบถาม

ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ

บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลการซื้อขาย

จะเปิดให้บริการเร็วๆนี้ !!

Vol.01

2018.12.03

ไทยกับญี่ปุ่น ความเหมือนที่แตกต่าง และปัญหาขององค์กรญี่ปุ่นในประเทศไทย

mediator co., ltd. Kantatorn Wannawasu

[ มีบทความที่ได้รับการแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ]

‘เหมือนจะคุยกันเข้าใจ’ ความเหมือนบนพื้นฐานวัฒนธรรมที่แตกต่าง

ประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นมักจะถูกเปรียบเทียบกันว่าเป็นสองประเทศซึ่งมีหลายสิ่งหลายอย่างคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประวัติศาสตร์การเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่ในช่วงรัชกาลที่ 5 ของไทยอันตรงกับรัชสมัยเมจิของญี่ปุ่น หากศึกษากันลึกลงไปแล้วจะพบว่าในความเหมือนที่เราเชื่อกันต่อ ๆ มานั้นมีความแตกต่างในรายละเอียดปลีกย่อย ภาพจำเหล่านี้ทำให้คนทั้งสองประเทศต่างคิดว่าเราน่าจะพูดจากันเข้าใจได้ แต่ความเป็นจริงในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมจากแค่ปัญหาความไม่เข้าใจระหว่างกันเพียงจุดเล็ก ๆ อาจนำสู่ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย จนบางครั้งบานปลายไปสู่ความหายนะอันใหญ่โตได้

คุณออยล์ – กันตธร วรรณวสุ เป็นผู้ที่ได้ใช้ชีวิตในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลามากกว่า 10 ปี ในระหว่างที่อาศัยอยู่ญี่ปุ่น คุณออยล์ได้เรียนหนังสือและทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องมีการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม ได้พบปัญหาอยู่บ่อย ๆ จนตัดสินใจกลับมาประเทศไทยเพื่อเปิดบริษัท เมดิเอเตอร์ จำกัด โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นสะพานเชื่อมธุรกิจระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น

ปัญหาพื้นฐานง่าย ๆ ของการสื่อสารไม่เข้าใจกันระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่นที่คุณออยล์พบหลังจากทำงานเป็นคนประสานระหว่างสองวัฒนธรรมและเก็บข้อมูลมาได้ระยะหนึ่งก็คือ ‘คุยกันไม่รู้เรื่อง’ หมายถึงเมื่อคุยจบ เหมือนจะเข้าใจแต่แท้จริงแล้วไม่ได้เข้าใจตรงกัน ในที่นี้ทั้งในความหมายของกำแพงทางด้านภาษาและความไม่เข้าใจในวัฒนธรรมของกันและกัน ซึ่งปัญหาการคุยกันไม่รู้เรื่องในด้านกำแพงภาษายังพอที่จะแก้ไขได้ด้วยการจ้างล่ามภาษาไทย-ญี่ปุ่นเพื่อการแก้ไขอย่างรวดเร็วในทันที หรือการเรียนรู้ภาษาของกันและกันในการแก้ไขระยะยาว แต่ความไม่เข้าใจระหว่างวัฒนธรรมนั้นเป็นปัญหาใหญ่และแก้ไขได้ยากกว่า เพราะแม้จะสื่อสารภาษาได้เข้าใจกันแล้วแต่ถ้าไม่เข้าใจเบื้องลึกเบื้องหลังในความคิดของกันและกันก็ไม่อาจจะแก้ไขปัญหาการสื่อสารได้ และอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งได้

จาก ‘เซ็นเซ (อาจารย์)’ ยุคบุกเบิก สู่ยุค ‘ญี่ปุ่นคงสภาพ’

คุณออยล์ได้กล่าวว่าเมื่อมองภาพมุมกว้าง ในช่วงยุคก่อตั้งที่เข้ามาลงทุนใหม่ ๆ เมื่อสัก 30-40 ปีที่แล้วนั้นทางบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นจะส่งคนที่มีประสบการณ์และมีความรู้ทุกด้านมายังประเทศไทย คนญี่ปุ่นรุ่นแรก ๆ ที่มาประจำในเมืองไทยก็จะอายุราว ๆ 50-60 ปี ด้วยความรอบรู้ของคนรุ่นนี้ทำให้คนไทยที่ทำงานด้วยเต็มใจจะเรียกเขาว่า ‘เซ็นเซ’ (อาจารย์) ได้อย่างเต็มปาก เมื่อผ่านมาได้ระยะหนึ่งบริษัทเริ่มเข้าที่เข้าทาง การบริหารจัดการก็จะเป็นการซื้อขายเจรจาระหว่างบริษัทญี่ปุ่นด้วยกัน เมื่อไม่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ ทำให้ทางสำนักงานใหญ่ของบริษัทญี่ปุ่นก็จะส่งคนมาเพียงเพื่อ ‘คงสภาพ’ รักษาแผนการผลิต คุณภาพ ต้นทุน ให้เป็นไปตามนโยบาย คนที่ส่งมาจึงเป็นคนอายุน้อยลง ไม่มีประสบการณ์ด้านการทำงานบริหาร เขาจะส่งคนที่มีประสบการณ์ไปเปิดตลาดใหม่ ๆ แต่ถ้ามองในแง่ดีก็จะเห็นว่าประเทศไทยมีเสถียรภาพ มีความสะดวกสบาย ความเครียดน้อย เหมาะที่จะเป็นสนามเตรียมความพร้อมฝึกบุคลากรของเขา และบุคลากรคนไทยก็จะได้เลื่อนขั้นขึ้นไปทำงานบริหารถึงในระดับจีเอ็มหรือผู้จัดการทั่วไปได้

ต้องทำให้คนญี่ปุ่นเข้าใจวัฒนธรรมไทยและคนไทยให้เร็วที่สุด

ปัญหาการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นนั้น คุณออยล์เห็นว่ายังมีการฝึกอบรมให้กับทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นในเรื่องความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรมระหว่างไม่เพียงพอ จึงได้คิดหลักสูตรการอบรมความเข้าใจกันและกันขึ้นมา จัดสัมมนาให้คนญี่ปุ่นรู้จักไทย คนไทยรู้จักญี่ปุ่นขึ้น

ยกตัวอย่างการสัมมนาคนญีปุ่นรู้จักไทยนั้นมีจุดประสงค์เพื่อย่นระยะเวลาให้คนญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในไทยรู้จักประเทศไทยได้เร็วขึ้น โดยปกติกว่าจะคุ้นชินและเข้าใจคนไทย วัฒนธรรมไทยก็จะใช้เวลา 2-3 ปี พอเริ่มอยู่ตัว เข้าใจคนไทย ทำงานได้เต็มความสามารถ ก็ครบกำหนดระยะเวลาในการประจำสาขาต่างประเทศ และถูกส่งตัวกลับประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นที่มาของความคิดว่า ถ้าเราไม่สามารถเปลี่ยนระบบของฝ่ายบุคคลของญี่ปุ่นในเรื่องระยะเวลาการมาทำงานในต่างประเทศซึ่งโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4 ปี เราจะทำอย่างไรให้สามารถย่นระยะเวลาที่คนญี่ปุ่นจะทำความเข้าใจวัฒนธรรมไทยและคนไทยให้น้อยลง จึงได้จัดหลักสูตรการสัมมนาขึ้น

และเมื่อมาศึกษาอ่านข้อมูลในการทำการวิจัยเรื่องการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมก็พบว่าความเหมือนในวัฒนธรรมของไทยกับญี่ปุ่นนั้นมีรายละเอียดแตกต่างปลีกย่อย และมีบางเรื่องที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงอย่างเช่นทัศนคติเรื่องเวลา คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญในเรื่องการตรงเวลามากจนอาจจะเรียกได้ว่ามากที่สุดในโลกก็ว่าได้ ในขณะที่คนไทยมีความยืดหยุ่นในเวลาค่อนข้างสูง ความแตกต่างเช่นนี้ก็ส่งผลในปัญหาการสื่อสารในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง

‘กับดักความเหมือน’ สาเหตุของปัญหาเรื่องการสื่อสาร

ในขณะที่ความเหมือนกันอันคลุมเครือระหว่างวัฒนธรรมของไทยกับญี่ปุ่นนั้น กลายเป็นกับดักก่อให้เกิดปัญหาการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม เพราะถ้ามีความแตกต่างกันเห็นได้ชัดเจน อย่างวัฒนธรรมของฝรั่งชาติตะวันตกอเมริกามีความแตกต่างกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างเห็นได้ชัด อย่างเช่นการพูดจาตรงไปตรงมาในขณะที่ญี่ปุ่นพูดจาอ้อม ๆ บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น เมื่อคนญี่ปุ่นไปทำงานในอเมริกา จริงอยู่ว่าในระยะแรกคนญี่ปุ่นอาจจะมีความเครียดในการทำงานสูงแต่เมื่ออยู่ไประยะหนึ่งจะมีความพยายามปรับตัวเข้าหาวัฒนธรรมที่แตกต่างนั้นให้ได้ ในขณะที่ภาพมายาของความเหมือนด้านวัฒนธรรมไทยกับญี่ปุ่นกลายเป็นกับดักทำให้ทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยต่างไม่ปรับตัวเข้าหากัน เพราะคิดว่าวัฒนธรรมของเรานั้นเหมือนกัน หรือในความเหมือนกันทางวัฒนธรรมในการไม่พูดอะไรตรง ๆ ของไทยกับญี่ปุ่น ทำให้ไม่หันหน้าเข้าหาคุยกัน จึงเป็นต้นตอของปัญหาของความไม่เข้าใจกันระหว่างวัฒนธรรม

‘ญี่ปุ่น’ ประเทศผู้มีพระคุณ กับปัญหาขององค์กรญี่ปุ่นในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยก็เป็นส่วนผลักดันเศรษฐกิจให้ประเทศไทยสามารถเชิดหน้าชูตา มีตัวตนได้ในเวทีโลก ญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด ปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยกว่า 5,500 บริษัท มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่ในประเทศไทยกว่า 70,000 คน (ตามข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้กับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย แต่ประมาณการว่าถ้ารวมคนญี่ปุ่นที่ไม่ลงทะเบียนไว้ด้วยน่าจะมีมากกว่า 100,000 คน) มีสังคมและชุมชนคนญี่ปุ่นในประเทศไทย ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยเติบโตและมีอิทธิพลไปสู่ผู้บริโภคชาวไทยด้วย

ปัญหาของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันนี้ จากการไม่ปรับตัวทางด้านวัฒนธรรม ก็คือแนวคิดระบบของญี่ปุ่นในการดูเรื่องการเลื่อนตำแหน่งจากอายุงานมากกว่าความสามารถ ทำให้คนที่มีความสามารถไม่อยากอยู่ในองค์กรญี่ปุ่น รวมถึงองค์กรญี่ปุ่นไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องการทำแบรนดิ้ง อาจจะเป็นเพราะว่าบริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิต ภาพลักษณ์องค์กรญี่ปุ่นจึงไม่ได้เป็นบริษัทที่น่าสนใจสำหรับบุคลากรผู้มีความสามารถ สู้องค์กรไทยหรือองค์กรต่างชาติชาติอื่นไม่ได้ มีรายงานการสำรวจบริษัทที่เด็กไทยจบใหม่อยากทำงาน 100 บริษัท มีบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นติดอันดับเพียงแค่ 6 บริษัท

‘รู้เขารู้เรา’ เข้าใจความแตกต่างเพื่อการร่วมกันพัฒนาอย่างยั่งยืน

ปัญหาบางปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาซึ่งคนญี่ปุ่นก็พอจะมองออก แต่ไม่แน่ใจและไม่กล้าถามคนไทยเพราะกลัวเสียมารยาท แต่เมื่อมีใครสักคนซึ่งเป็นคนไทยไปอธิบายตรงจุดนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นให้ฟัง ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานในการดำรงชีวิต คนไทยยึดเอา Fun Drive – ชีวิตสนุกสนาน คนญี่ปุ่นยึด Serious Drive – ชีวิตจริงจัง หรือความสัมพันธ์ระหว่างคนของไทยที่ยึดถืดเอาเรื่องพระเดชพระคุณ เห็นความสำคัญเรื่องการพอเพียงมากกว่าเห็นเรื่องเงิน คนญี่ปุ่นก็จะทำหน้าตาว่า “อ๋อ…คิดไว้ไม่ผิด” เมื่อทำให้เขาเข้าใจมั่นใจในสิ่งที่คิดการแก้ไขปัญหาก็จะเกิดขึ้น

ส่วนการสร้างให้คนไทยเข้าใจคนญี่ปุ่นก็ต้องอธิบายตั้งแต่พื้นฐานในเรื่องภูมิศาสตร์เลยก็ว่าได้ ประเทศญี่ปุ่นมีภัยพิบัติทางธรรมชาติมากมาย ประเทศมี 4 ฤดูทำให้คนญี่ปุ่นต้องมีการวางแผนอย่างรัดกุมในการใช้ชีวิต ต่างจากประเทศไทยที่มีความสุขสบายอุดมสมบูรณ์ สิ่งเหล่านี้เลยทำให้พื้นฐานทางความคิดแตกต่างกัน 180 องศา สิ่งเหล่านี้เป็นงานการประสานสร้างความเข้าใจและสัมพันธ์ที่บริษัทเมดิเอเตอร์ของคุณออยล์ทำมาโดยตลอด

วิธีการแก้ไขปัญหาของการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมระหว่างไทยกับญี่ปุ่นก็คือคือให้ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นต่างเข้าใจปัญหา และหันหน้ามาคุยกันเพื่อจะได้เข้าใจวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน ปรับตัวเข้าหากัน เคารพซึ่งกันและกัน เมื่อผลลัพธ์ในการคลี่คลายแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ก็จะสร้างความพึงพอใจแก่ทั้งสองฝ่าย และนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน

—————

[ ตอนต่อไป ] บทความนำเสนอเรื่องราวการทำงานร่วมกันระหว่างคนญี่ปุ่นและคนไทย Smart Collaboration ‘with’ ครั้งที่ 2 นำเสนอเรื่องราวของผู้จัดการฝ่ายบุคคลคนไทยที่เป็นหัวเรือหลักในการเชื่อมสมานคนญี่ปุ่นและคนไทยในองค์กรให้มีความเป็นหนึ่ง เพื่อร่วมกันสร้าง ‘บ้าน’ ที่มีความสุขของทุกคนในองค์กร พร้อมทั้งเทคนิคตัวอย่างการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ติดตาม Meet.biz เพื่อรับข่าวสาร ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่เป็นประโยชน์กับการทำงานได้ทาง [email protected] (ID @meeit.biz)

Share this Contents

Recommend

ติดต่อ Meeit.biz

หากท่านต้องการที่จะเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ของ Meeit.bizหรือมีคำถามใด ๆ เกี่ยวกับ Meeit.biz

กรุณาติดต่อเราจากลิงค์ด้านล่าง

ติดตาม Meeit.biz

© Copyright 2019 Meeit.biz