2022.01.25

บทความสรุปสัมมนา ข้อกำหนดความปลอดภัย กรณีอัคคีภัยและสารเคมีรั่วไหลในนิคม ที่ผู้บริหารญี่ปุ่นควรรู้!

สัมมนาออนไลน์ (Webinar) วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2564 15:00–16:30 น.

ผู้บรรยาย 1. นางสาววิชชุดา สีมาขจร สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี | ผู้อำนวยการสำนักงาน 2. นายทศพล มีใจบุญ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด | ผู้จัดการแผนกอาวุโสงานความปลอดภัยและความมั่นคง

“โจรปล้น 10 ครั้ง ไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว”

คำกล่าวนี้ยังคงใช้ได้และเป็นจริงเสมอ “ไฟไหม้” ถือเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่พบได้บ่อยในโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม นำมาซึ่งการสูญเสีย ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน สินค้า ไปจนถึงโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้น การรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการป้องไฟไหม้โรงงาน จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการและผู้บริหารต้องตระหนักอยู่เสมอ ในครั้งนี้ Meeit.biz จะพาทุกท่านไปพูดคุยกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการดับเพลิงและการอพยพหนีไฟ เพื่อให้ทุกท่านสามารถร่วมรักษาความปลอดภัยของพนักงานและปกป้องทรัพย์สินอันมีค่าของบริษัท รวมไปถึงมีความเข้าใจถึงวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเพลิงไหม้ในบริเวณโรงงาน การอพยพ และความสำคัญของการเลือกใช้สารดับเพลิงที่ถูกต้องผ่านเรื่องราวจากเหตุการณ์และประสบการณ์จริง

5 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านความปลอดภัยและสาระสำคัญ กรณีอัคคีภัยและสารเคมีรั่วไหล ที่ผู้ประกอบการควรทราบ

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม กรณีอัคคีภัยและสารเคมีรั่วไหลมีทั้งหมด 5 ฉบับ โดยแต่ละฉบับ มีสาระสำคัญ ดังนี้
• พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554
– ต้องจัดให้มีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ รวมถึงการจัดทำแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย การฝึกซ้อมดับเพลิง และอพยพหนีไฟปีละ 1 ครั้ง
– ในกรณีที่มีสารเคมีอันตรายในครอบครอง จะต้องจัดทำบัญชีรายชื่อและรายละเอียด และตรวจวัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศที่ทำงาน พร้อมจัดทำแผนและฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินปีละ 1 ครั้ง
– ในกรณีที่มีการทำงานในพื้นที่อับอากาศ ต้องมีการตรวจวัดและประเมินสภาพอากาศก่อนทุกครั้ง
– ต้องจัดให้มีการตรวจสอบและบำรุงระบบไฟฟ้าในสถานประกอบการทุก ๆ 1 ปี
– ต้องจัดให้มีการดูแลความปลอดภัยของลูกจ้างที่ปฏิบัติงานบริเวณเครื่องจักร หม้อไอน้ำ และปั้นจั่น

• พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
– สถานประกอบการที่มีกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีอันตรายร้ายแรง ก๊าซไวไฟ หรือของเหลวไวไฟตามปริมาณครอบครองที่กำหนดในกฎหมายแนบท้าย จะต้องมีการจัดทำระบบความปลอดภัยกระบวนการผลิต (Process Safety Management: PSM) และมีการตรวจสอบภายในทุก ๆ 1 ปี และการตรวจสอบภายนอกทุก ๆ 3 ปี
– สถานประกอบการหรือโรงงานที่เข้าข่ายความเสี่ยงตามประเภทอุตสาหกรรม 12 ประเภท จะต้องมีการดำเนินการวิเคราะห์ความเสี่ยงอันตรายที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการทุก ๆ 1 ปี
– จะต้องมีการออกแบบระบบท่อน้ำดับเพลิงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมและเป็นไปตามมาตรฐาน
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
– ต้องมีการติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย มีเครื่องดับเพลิง 1 เครื่องต่อพื้นที่ 1,000 ตารางเมตรหรือทุก ๆ 45 เมตร พร้อมระบบไฟฉุกเฉิน ประตูทางออก และสัญญาณเตือนภัย
– สำหรับอาคารขนาดใหญ่ที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้นหรือมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 5,000 ตารางเมตร จะต้องมีการตรวจสอบอาคารทุก ๆ 1 ปี

• พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
– จะต้องมีการกำหนดลักษณะคานโรงงานที่เหมาะสม มีการระบายอากาศ และมีประตูทางออกเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างเพียงพอสำหรับทุกคนในโรงงาน
– ในกรณีที่เกิดเหตุร้ายแรง เช่น มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต หรือต้องหยุดดำเนินการมากกว่า 7 วัน จะต้องแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลาที่กำหนด

• พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
– จะต้องมีการควบคุมดูแลวัตถุอันตราย 4 ชนิดตามแนบท้าย
– ผู้ประกอบการจะต้องเก็บรักษาวัตถุอันตรายให้มีความปลอดภัย และจัดทำรายงานรับรองความปลอดภัยในการเก็บรักษาวัตถุอันตรายทุก ๆ 1 ปี

3 กรณีศึกษาเหตุการณ์เพลิงไหม้ในนิคมฯ

ในช่วงเดือนธันวาคม-เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศแห้งแล้ง มีแนวโน้มและสถิติในการเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ง่ายและมากกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ ผู้ประกอบการจึงควรเฝ้าระวังเหตุอัคคีภัยมากเป็นพิเศษ จากสถิติพบว่ามีเพลิงไหม้ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะฯ เฉลี่ยถึงเดือนละ 2 ครั้ง เนื่องจากช่วงเทศกาลเป็นช่วงที่ไม่มีผู้ปฏิบัติงานประจำหน้างานเหมือนในสภาวะปกติ โดยสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่พบบ่อยในนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่ การใช้งานเครื่องจักรต่อเนื่องเป็นเวลานาน การจัดเก็บสารเคมีหรือวัตถุต่าง ๆ และการปฎิบัติงานของบุคลากร โดยเฉพาะในสายงานการผลิต

กรณีศึกษาที่ 1 : เกิดขึ้นจากการที่เครื่องจักรมีการสะสมของเชื้อเพลิงไวไฟในปล่อง ทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. โดยสาเหตุเกิดจากการชำรุดของสายไฟในเครื่องจักรและการบกพร่องในการปิดตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าหลัก (Main Distribution Board) ทำให้เกิดการไหลผ่านของกระแสไฟ ร่วมกับปัจจัยประกอบด้านเชื้อเพลิง ซึ่งกว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะสังเกตเห็นเพลิงไหม้ ไฟก็ลุกลามกินพื้นที่อาคารไปกว่า 1 ใน 3 แล้ว หลังจากศูนย์ตอบโต้เหตุฉุกเฉินของนิคมฯ ได้รับเรื่องและเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุภายใน 10 นาที ซึ่งภายหลัง โรงงานดังกล่าวได้มีการซ้อมแผนป้องกันและระงับเหตุอัคคีภัยกับสำนักงานนิคมฯ และไม่ปรากฏว่าเกิดเหตุดังกล่าวอีกเลย

กรณีศึกษาที่ 2 : เกิดจากที่ผู้ปฏิบัติงานถ่ายเทสารเคมีและเกิดประจุไฟ ทำให้เกิดเหตุระเบิดขึ้น ร่วมกับการขาดการติดตั้งสายดินหรือสายกราวด์ (Ground) ทำให้มีผู้เสียชีวิตในโรงงาน ซึ่งสำนักงานนิคมฯ ก็ได้ตอบสนองต่อเหตุดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้ทัน

กรณีศึกษาที่ 3 : ทางโรงงานขาดการฝึกซ้อมแผนอพยพและระงับเหตุ รวมถึงระบบป้องกัน เนื่องจากมีการใช้หน่วยงานรักษาความปลอดภัยภายนอก ซึ่งมีขั้นตอนและระบบการงานที่เป็นมาตรฐาน แต่ค่อนข้างช้า เนื่องจากต้องประสานงานกับหลายหน่วยงาน ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของโรงงาน

ทำความรู้จักประเภทต่าง ๆ ของเพลิงและสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้

การปฏิบัติตัวเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ ได้แก่ การเตือนภัยและสื่อสารข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการอพยพพนักงานออกจากพื้นที่ ดังนั้น การเข้าใจและรู้ถึงประเภทและต้นเหตุของเพลิงไหม้เพื่อการเลือกใช้สารดับเพลิงที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ สาเหตุของการเกิดไฟไหม้ถูกจำแนกลักษณะออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
Class A : เป็นการลุกไหม้ของวัตถุทั่วไป เช่น ไม้ กระดาษ ผ้า พลาสติก ฯลฯ สามารถใช้น้ำดับเพลิงได้
Class B : เป็นการลุกไหม้ของสารเชื้อเพลิงที่เป็นของเหลว เช่น น้ำมัน จาระบี สารไวไฟทุกชนิด และแก๊สติดไฟต่าง ๆ ต้องใช้สารดับเพลิงเฉพาะทาง อาทิ สารดับเพลิงชนิดฟองเคมี (Chemical Foam)
Class C : เป็นการลุกไหม้ของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีไฟฟ้าไหลอยู่ ขั้นตอนแรกต้องตัดเซอร์กิตเบรกเกอร์หรือเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) หรือตู้ MDB ก่อน
Class D : เป็นการลุกไหม้ของโลหะติดไฟ เช่น แมกนีเซียม ลิเทียม ฯลฯ ต้องใช้คาร์บอนไดออกไซด์หรือสารดับเพลิงประเภทผงเคมีแห้ง (Dry Chemical)

การรับมือเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่ผู้บริหารและผู้ประกอบการควรทราบ

การเข้าถึงจุดเกิดเหตุและการตอบสนองที่รวดเร็วจะช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของโรงงานได้อย่างมาก ดังนั้น การฝึกซ้อมแผนดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟเพื่อให้พนักงานได้เกิดความตระหนัก มีความพร้อมสามารถระงับเหตุเพลิงไหม้ ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย จึงสามารถช่วยป้องกันการสูญเสียและสามารถลดอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยในหน่วยงานได้ รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องยังช่วยให้พนักงานสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฝึกซ้อมแผนดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟจึงไม่ใช่เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างองค์ความรู้เพื่อรับมือกับสถานการณ์เบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง นิคมอมตะฯ จึงได้จัดตั้งโรงเรียนสอนการดับเพลิงสำหรับอุตสาหกรรมเพื่อมอบองค์ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดับเพลิงและอพยพหนีไฟ รวมถึงจัดตั้ง Amata Command Center: ACC) เพื่อการประสานงานเมื่อเกิดเหตุอย่างทันท่วงที ร่วมกับการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยอื่น ๆ เพิ่มเติม ที่เชื่อมต่อไปยัง ACC เช่น ระบบเตือนอัคคีไฟ ซึ่งมีทีมรักษาความปลอดภัยเตรียมพร้อมตอบรับต่อสัญญาณเตือน และมีการเชื่อมต่อระบบ AED Monitoring ภายในนิคมฯ ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุและอุบัติภัย

การทำงานในโรงงาน โดยเฉพาะโรงงานที่มีการจัดเก็บสินค้าอันตรายนั้น นอกจาก ผู้ประกอบการจะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายหรืออันตรายต่อสินค้าตามแนวปฏิบัติในการจัดเก็บสินค้าอันตรายแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยภายในโรงงานเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับพนักงาน เนื่องจากคลังสินค้าอันตรายส่วนใหญ่มักประกอบไปด้วยเครื่องจักรกลหนัก ระบบไฟฟ้าที่มีความซับซ้อน สารเคมีต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดและความสูญเสียได้ อย่างไรก็ตาม โอกาสในการเกิดการสูญเสียจะลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ หากผู้ประกอบการมีการสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องให้กับบุคคลากร ร่วมกับการติดตั้งระบบเตือนภัยตามจุดเสี่ยงเพื่อช่วยแจ้งเตือนพนักงานและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ

Share this Contents

Recommend

ติดต่อ Meeit.biz

ติดต่อ Meeit.biz

หากท่านต้องการที่จะเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ของ Meeit.biz หรือมีคำถามใดๆ

กรุณาติดต่อเราจากลิงก์ด้านล่าง

ติดตาม Meeit.biz

    © Copyright 2019 Meeit.biz

    เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้คุ๊กกี้ของเราผ่านทาง นโยบายคุกกี้